ปรับแต่งและหมั่นดูแลเครื่องเพื่อคงประสิทธิภาพการทำงาน

 แล้วก็ได้ต่อตอน2ซะที เปิดเทอมแล้วก็จะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ล่ะ ที่จะสอนพวกนี้คิดว่าหลายๆคนคงรู้แล้ว แต่ก็เอาไว้ให้สำหรับคนที่ยังไม่รู้ล่ะกัน ตอนแรกนั้นblogนี้กะจะสอนแต่เรื่องลึกๆอย่างเดียวเลย แต่พอทำไปได้ซักพัก มองคนรอบๆตัวแล้วเริ่มรู้สึกว่าคนที่ยังไม่รู้อะไรเลยนี่ยังมีอีกเยอะทีเดียว ลองนึกย้อนถึงตอนเรียนคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ตอนปี1 ก็น่าแปลกใจ ทำไมสิ่งที่เป็นพื้นฐานจริงๆที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันเค้าไม่สอน ไปสอนอย่างอื่นที่ดูไกลตัว คิดว่าหลายๆที่ก็คงเป็นอย่างนี้เหมือนกัน มันก็เลยทำให้มีคนที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ใช้ไม่เป็นอยู่เยอะแยะ เหมือนกับคอมเอาไว้พิมพ์งาน ดูหนังฟังเพลง เล่นเนต แค่นั้น ซึ่งพวกนี้ถ้าจะพูดจริงๆแล้วน่าจะถือว่าใช้ไม่ค่อยเป็นซะมากกว่า พิมพ์งานก็พิมพ์อย่างเดียว ใช้Wordทำได้แค่นั้น ปรับค่าอะไรไม่เป็นเลย ดูหนังฟังเพลงก็แค่คลิกแล้วก็ดูแค่นั้นจบ ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกเหนือจากนั้นเลย ในคอมมันมีอะไรบ้าง อะไรอยู่ตรงไหน ไม่รู้จักเลย อันนี้เป็นแค่ตัวอย่าง แต่ก็ต้องเข้าใจเพราะเค้าก็ไม่ได้คลุกคลีก็เลยไม่รู้ อันนี้ไม่ผิด แต่ผมก็ได้พอดีไปเจอบางคนที่รับไม่ได้เหมือนกัน เค้าทำงานที่ต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มในInternet Explorer (IE) แต่ผมสังเกตแล้ว เค้าใช้IEไม่เป็นเอาซะเลยที่ชัดที่สุด เค้าไม่รู้จักการกดrefreshแน่ๆ เค้าอ้างแต่เพียงว่าเนตช้า เนตมีปัญหา แล้วก็ปล่อยผ่านไปโดนทำต่อเรื่องไม่ได้ ไม่เสร็จ ทั้งๆที่เค้าต้องทำงานกับมันทุกวัน และทั้งวัน จะอ้างว่าไม่ได้คลุกคลีก็คงไม่ได้ อันนี้แหละ ผมว่าเป็นปัญหาใหญ่ของพนักงาน โดยเฉพาะข้าราชการ ที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย ทั้งห้องสิบกว่าคน มีคอมประจำตำแหน่งกันทุกคน นั่งหน้าจอกันแต่ทำไรไม่เป็น เห็นพูดกันแต่ว่ามีคนเอาหนังมาลงในserver รู้กันแค่นั้น

 รู้สึกว่าบ่นมากไปล่ะ พอดีกว่า

 ก็เลยเปลี่ยนConceptใหม่ เอาเป็นว่า เรื่องน่ารู้ เลยจะดีกว่าใครจะรู้แล้วก็ช่าง บางคนรู้เรื่องนั้นแต่ก็ต้องมีบางเรื่องที่จะไม่รู้ ดังนั้นก็เอาไว้สำหรับคนที่ยังไม่รู้ล่ะเนอะ เข้าเรื่องกันดีกว่า

 จากนี้อาจจะสอนแบบไม่ค่อยมีคำอธิบายเท่าไหร่นะ เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาครับ

 จุดประสงค์หลักก็คือต้องดีขึ้นโดยไม่มีผลเสีย เพราะบางวิธีเครื่องแรงขึ้น แต่ไม่เป็นผลดีต่อเครื่อง อันนั้นผมจะไม่สอน หลายๆคนใช้ไปนานๆเข้ามักบ่นว่ารู้สึกว่าเครื่องช้าลง แล้วก็มักไปหาทางออกด้วยการFormat ซึ่งไม่ผิดนัก เพราะมันก็ทำให้เครื่องกลับมาฉิวได้จริงๆ แต่อันที่จริงแล้วหากเราหมั่นดูแลเครื่อง มันก็จะยังคงทำงานให้เราอย่างดีต่อไป

 อันดับแรก เราก็ต้องเอาพวก Startup และService ที่ไม่จำเป็นออกไปซะ อันนี้จะทำให้ประหยัดทรัพยากรได้เยอะเลยทีเดียว

 ก่อนปรับเรามาดูค่าเริ่มต้นกันก่อนดีกว่าว่าตอนแรกเครื่องเราใช้เมมไปเท่าไหร่ Ctrl+Alt+Delete > Performance เอาง่ายๆ ดูตรง PF Usage ว่าใช้ไปเท่าไหร่ จดไว้ แล้วเดี๋ยวเราเอามาเทียบกันกับหลังปรับแล้ว ความจริงใครที่ปรับตามที่สอนครั้งก่อนก็ทำให้ลดไปบ้างแล้ว แต่ผมดันลืมบอกให้จดไว้555

 วิธีพวกนี้สามารถใช้จากโปรแกรมที่ติดมากับตัวWindowsเลยก็ได้ แต่ผมคิดว่าใช้TuneUp ดีกว่าเพราะมันง่ายกว่า มองแล้วเห็นภาพ ก็เลยจะสอนแต่การใช้จากTuneUpแล้วกันนะ

 ไปที่ TuneUp StartUp Manager ในนี้เราจะเห็นlist programesต่างๆที่จะถูกเรียกออกมาใช้งานตอนbootเข้าwindows สังเกตว่าบางอันมันจะไปโผล่ให้เราเห็นที่มุมล่างขวา ดังนั้นอันไหนไม่จำเป็นเราก็เอาออกซะ แต่บางอันก็เอาออกไม่ได้นะ ไม่งั้นเครื่องทำงานไม่ปกติ ก็ต้องเลือกๆดู ไอ้ที่ต้องเอาไว้แน่ๆก็พวกantivirusไง แล้วก็อาจจะเป็นdriver เป็นต้น นอกนั้นแทบจะเอาออกได้หมด แต่ก็มีโปรแกรมบางตัวนะที่ต้องเอาไว้ ไม่งั้นใช้ไม่ได้ อันไหนบ้างนั้นก็คงบอกไม่ได้ ก็แล้วแต่เครื่องใครเครื่องมันล่ะครับ แต่TuneUpจะดีอย่างที่ตรงมันจะมีiconบอกด้วยเลยพร้อมคำอธิบายคร่าวๆ ก็ลองดูล่กันครับ อันไหนที่ปิดแล้วเครื่องทำงานไม่ค่อยดีก็ไปติ๊กเอากลับมา ไม่มีผลเสียหายอะไรครับ จะเอาออกแทบทั้งหมดเลยก็ได้ ไม่มีปัญหา

 ส่วนการปิดServices นั้น ต้องไปปิดจาก Start > run : msconfig > Services แต่อันนี้ถ้าสำหรับมือใหม่มากๆ ไม่แนะนำให้ยุ่ง เดี๋ยวซวย แถมก็คงปรับได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ดังนั้นจะไม่พูดถึงดีกว่า และถ้าใครจะปรับStart up ก็ปรับจากtab start up ในนี้ได้เหมือนกัน แต่จะมีแต่ตัวหนังสือไม่มีอย่างอื่นประกอบนะ

 เอาล่ะ rest