รวมคำศัพท์ที่เกี่ยวกับงาน Audio Video Editing
posted on 30 Jun 2007 21:19 by advance in AudioVideo-Editingความรู้พื้นฐานสำหรับการแปลงไฟล์ บทที่2 [คำศัพท์]
จะมีการอัพเดทต่อเรื่อยๆ จะรวมไว้entryนี้ที่เดียว เพื่อความสะดวกในการค้นหาและการอ้างอิง
FILM
วัสดุที่ใช้เก็บภาพจากภาพยนตร์ โดยปกติมี frame rate ในการแสดงผล อยู่ที่ 24 frame/second (23.976 fps) สามารถแปลงเป็นวิดีโอ หรือ TELECINE เพื่อแสดงบนระบบโทรทัศน์ NTSC ได้
NTSC (the National Television Systems Committee)
เป็นระบบที่ใช้แสดงผลบน TV ของประเทศ North America, Canada, Mexico and Japan โดยมี 525 horizontal lines per frame หรือ 262.5 per field แต่โดยปกติแล้ว จะแสดงภาพเพียง 485 lines หรือ 242.5 per field ( กำหนด ให้ 2 field เท่ากับ 1 frame) ที่เหลือจะเป็น Overhead ไว้แสดง teletext หรือ closed caption ไว้จะพูดรายละเอียดของ field และ frame ต่อไป
โดย DVD ที่ทำมาจาก video camera, หนังที่ทำ TELECINE ไม่ถูกต้อง หรือ หนังที่ผ่านการตัดต่อใหม่ หลังจากทำ TELECINE จะแสดงผล ในหน้าจอ DVD2AVI's status window เป็น NTSC
PAL (Phase Alternating Line)
เป็น ระบบอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการแสดงผลบน TV ของประเทศ
Europe, Hong Kong และ Middle เป็นระบบที่ดีกว่า NTSC (สังเกตว่า DVD ระบบ PAL UK จะชัด กว่า NTSC) โดยมี 625 horizontal lines per frame แต่โดยปกติแล้ว จะแสดงภาพเพียง 575 horizontal lines หรือ 287.5 per field ที่เหลือจะเป็น Overhead หนังในระบบนี้จะมี frame rate 25fps
MPEG
เป็นมาตรฐานในการบีบอัดหนังและเพลง
MPEG-1 ใช้ใน VCD มีขนาดภาพ 352x240/288 pixels (เก่าสุด)
MPEG-2 ใช้ใน DVD ซึ่งถ้าเป็น
DVD ระบบ NTSC มีขนาดภาพ (Resolution) 720x480 (frame rate 29.97 fps)
DVD ระบบ PAL มีขนาดภาพ (Resolution) 720x576 (frame rate 25 fps)
MPEG-4 ก็คือ DivX หรือ XviD เป็นต้น
(ประเภทของไฟล์รายละเอียดอยู่ในบทที่1)
DivX, XviD
คือการบีบอัดสัญญาณภาพแบบหนึ่ง ที่มีอัตราการบีบอัดข้อมูลสูงมาก DivX\XviD มีรากฐานมาจาก MPEG-4 และ compatible กะ MPEG4 Playback ครับ นั่นหมายความว่า MPEG4 Player สามารถเล่น DivX\XviD Video ได้
AVI (AVI = Audio Video Interleave)
ไฟล์ DivX หรือ XviD โดยทั่วไปจะอยู่ในฟอร์เมต AVI ไฟล์ AVI เป็นไฟล์มาตรฐานในการเก็บสัญญาณภาพและเสียงที่นิยมกันมาก AVI เป็นมาตรฐานเปิดที่สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย
สัญญาณภาพใน AVI อาจเป็น MPEG-1, MPEG-2, DivX\XviD หรืออื่นๆ ก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็น DivX\XviD เสมอไป สัญญาณเสียงก็เช่นกัน ไฟล์ AVI จะใช้การเข้ารหัสสัญญาณเสียงแบบใดก็ได้ เช่น MP2, Constant Bitrate MP3, Variable Bitrate MP3 (MP3 Pro), PCM, AC-3 (Dolby Digital) หรือแม้กระทั่ง DTS และ WMA
ไฟล์ DivX (.AVI) จึงสามารถใช้โปรแกรมเกือบทุกตัวที่เปิด AVI ได้ แต่การที่จะดู DivX\XviD ได้ เครื่องที่ดูจะต้องมี DivX\XviD decoder
หากเอาไฟล์ AVI ที่ได้ไปดูกับเครื่อง PC ที่ไม่มี decoder มันจะมีแต่เสียงไม่เห็นภาพครับ และ หนังแบบ DivX ต้องใช้ Spec เครื่องที่สูงพอสมควรในการดู (พูดถึงว่าในกรณีเครื่องเก่าๆจริงๆ เพราะเครื่องในปัจจุบันก็เพียงพอแล้ว)
Telecine
เป็น process อย่างหนึ่งในการแปลงหนัง เพื่อแสดงผลทาง TV แบบ Interlace
อธิบายได้ดังนี้ โดยปกติหนัง (FILM) มีการแสดงผลอยู่ที่ 23.976 frames/second ต่อมา ทุกๆ 4 frame เราจะสร้าง frame พิเศษขึ้นโดยอาศัยจาก Field ที่อยู่ติดกันของ frame นั้น
กำหนด ให้ 2 field เท่ากับ 1 frame ดังนั้น 1 frame จะมี field top (t)และ field bottom (
ลำดับของ frame จะเป็น 1t1b 2t2b 3t3b 4t4b ต่อมาเมื่อผ่านการทำ TELECINE ลำดับจะเปลี่ยนเป็น
1t1b 2t2b 2t3b 3t4b 4t4b โดยทำให้ frame เพิ่มเป็น 29.97 frame/second เพื่อแสดงผลทาง TV แบบ Interlace
Force Film
เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ตรงกับข้ามกับ TELECINE (Inverse Telecine, IVTC) ที่ โปรแกรม DVD2AVI ใช้ พูดง่ายๆคือทำให้หนังกลับสู่สภาพเดิมที่เป็น FILM (23.976 frames/second) สามารถแสดงผลแบบ Progressive โดยปกติ DVD ที่มีการทำ TELECINE มาดีจะแสดงผล ในหน้าจอ DVD2AVI's status window เป็น FILM ถ้าเป็นแบบแย่ๆ จะแสดงผลทั้ง NTSC xx% และ FILM yy% สลับกันไป
และถ้าดูโดยรวมตลอดทั้งเรื่องแสดง FILM ที่ 95% หรือต่ำกว่า , แสดง NTSC ที่ 5% หรือสูงกว่า อย่างใดอย่างหนึ่ง จะใช้วิธีการ FORCE FILM ทำ Inverse Telecine ไม่ได้ ต้องใช้วิธีการ ทำ Inverse Telecine ด้วย Avisynth
Interlacing
เป็นวิธีการแสดงผลใน TV โดยแสดงผล field 2 field เลื่อมกัน ตามเวลา เช่น เส้น 1,3,5... เป็น field แรก และ เส้น 2,4,6... เป็น field ที่ สอง พูดง่ายๆภาพเป็นเส้นนั่นเอง สังเกตภาพที่เส้นเป็นเส้นขีดๆ นั่นแหละ ภาพแบบ Interlace
Deinterlacing
เป็นวิธีการที่ตรงข้ามกับ INTERLACING พูดง่ายๆก็คือเอาเส้นขีดๆ ออกนั่นเอง
ทำได้โดยใช้ Filter ตอนทำ Avisynth Script
Filter ที่ใช้ก็เช่น SmoothDeinterlacer, FieldDeinterlace, TomsMoComp, FieldDeinterlace, Convolution3D
Progressive
คือการแสดงผลซึ่งภาพจะมีเพียง 1 frame เท่านั้น เช่น ภาพจากจอ Computer เป็นต้น
Aspect Ratio
สัดส่วนการแสดงผลของภาพ สำหรับ DVD มี 2 แบบ
แบบ 4:3 สำหรับการแสดงผลเช่นเดียวกับ TV ปกติ
แบบ 16:9 สำหรับการแสดงผลแบบ Widescreen รักษาขนาดของภาพให้เหมือนในโรงภาพยนตร์
ส่วน VCD มีแบบเดียว คือ แบบ 4:3
AviSynth Script (*.avs)
ไฟล์ AVS ไม่ใช่ไฟล์ Video จริงๆ มันเป็นเพียงไฟล์เก็บคำสั่งต่างในการ Process Video สามารถใช้ Text Editor เพื่อเปิดดูและแก้ไขคำสั่งต่างๆ ได้ (เช่น แก้สี แก้ Contrast ใส่ Subtitle ใส่Filter เป็นต้น)
ไฟล์ AVS เปิดดูได้ด้วย Player ต่างๆ โดย AviSynth จะทำหน้าหน้าที่ handle คำสั่งในไฟล์ และทำหน้าที่เป็น Frameserver ให้แก่ Player อีกทีหนึ่ง
FrameServer
การส่งต่อข้อมูลจากโปรแกรมหนึ่งไปอีกโปรแกรมหนึ่งโดยตรง โดยจะมีการสร้างไฟล์ชั่วคราวขนาดเล็กขึ้นมาเป็นตัวกลางเชื่อมการถ่ายโอนข้อมูลและคำสั่งระหว่าง2โปรแกรม ช่วยลดขั้นตอนในการสร้างไฟล์ต้นฉบับขึ้นมาใหม่ ประหยัดพื้นที่และเวลา อีกทั้งยังคงรักษาคุณภาพไว้เพราะไม่ต้องผ่านการเข้ารหัสหลายรอบ
Macro Block
Block คือหน่วยปริมาณพื้นฐานที่เล็กที่สุดที่ Mpeg Encoder จะสามารถมองเห็นโดย 1 Block จะแบ่งออกเป็นขนาด 8*8,16*16 หรือ 32*32 Pixel(โดยปกติจะเป็น 16* 16) ซึ่งแตกต่างจากการบีบอัด File Avi ที่สามารถทำได้ละเอียดถึงระดับ Pixel
ถ้าเป็น PAL VCD จะมี Macro Block ทั้งหมด (352/16)*(288/16) = 396 Block
Quantize Matrix
ในการบีบอัดแบบ จะจัดกลุ่มของ Frequency ตั้งแต่ต่ำสุดไปถึงสูงสุด เอาไปจัดเป็นหมวดหมู่ไว้ 63 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จะมีความถี่ต่ำสุดและมากขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงกลุ่มที่ 64 จะเป็นกลุ่มที่มีความถี่สูงที่สุด
ทั้ง 63 กลุ่ม(ไม่ใช่64นะ)จะถูกจัดเป็นตารางขนาด 8*8 เหมือนตารางหมากรุกถ้าต้องการที่จะให้จำนวน Bit มากๆแก่ Frequency ช่วงไหนก็ให้เขียนตัวเลขกำกับลงไปในตารางนั้น ตัวเลขที่จะเขียนกำกับปริมาณการจัดสรรของ Bit นี้มีค่าตั้งแต่ 2-99
ตารางขนาด 8*8 พร้อมมีตัวเลขกำกับนี่แหละเรียกว่า Quantize Matrix ....

#1 By (203.147.40.126) on 2007-08-10 09:55